Google
 

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

พลาดมหันต์! เชลซีแผ่วโดนกุหลาบ ตีเจ๊า 1-1

พลาดมหันต์!เชลซีแผ่วโดนกุหลาบ ตีเจ๊า 1-1

ไม่รู้ล้ามาจากเกมยุโรปหรือเปล่า "สิงห์ไฮโซ" เชลซีเลยเล่นแบบไร้แรงฮึดก่อนโดนทีเด็ดลูกบอมบ์ของแบ ล็คเบิร์นตีเสมอได้จากดิยุฟทำให้ทีมดังจากลอนดอนเสียหายหลายแสน เก็บได้แต้มเดียวและตามหลังแมนฯยูไนเต็ด 4 คะแนนแม้ว่าจะเหลือเกมในมือ 1 นัดก็ตาม

พรี เมียร์ลีก

อาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2553

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-1 เชลซี

ประตู : 0-1 ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา น.6 , 1-1 เอล ฮัดจิ ดิยุฟ น.70


ครึ่ง แรก

งานง่าย!?เชลซีนำเร็ว
ดูท่าคงปูพรมถล่มตามคาดหลังเชลซีได้ประตูนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 6 เริ่มจากอิวาโนวิชได้บอลทางขวาแล้วแทงทะลุริมเส้นให้อเนลก้า เลื้อยบอลขึ้นมาแล้วเล่นทริกหลบคีธ แอนดรูว์สสวยหยดย้อยก่อนตบเข้ากลาง ให้ดร็อกบาวิ่งเข้ามาแปด้วยซ้ายเข้าหมูๆ เป็นประตูที่ 22 ของหอกกาฬทวีปแล้วต้องบอกว่าลูกนี้หลังแบล็คเบิร์นประกบกันหลวม จริงๆ

พอเสียประตูแบล็คเบิร์นก็ครองเกมซะเป็น ส่วนใหญ่ทำชิ่งออกซ้าย-ขวากันมีลุ้นเลยทีเดียว

นาทีที่ 16 ดันน์โดนอเล็กซ์ทำฟาว์ลระยะหวังผลก่อนที่กัมพสท์ พีเดอร์เซ่นจะปั่นด้วยซ้ายเทิร์นบูลล์พุ่งรับจนบอลออกหลังเสียเตะ มุมกันไป

ซ้าย กุหลาบบ่อน้ำมัน
เกมรับทางซ้ายแบล็คเบิร์นผ่านตลอด จนเชลซีลุยเข้าไปได้ง่ายๆ นาที 21 แลมพาร์ดวางบอลยาวจากกลางสนามให้กา ลูยึกยักกับดิยุฟแล้วพลิกหลบราวกับจรวดก่อนชิพบอลให้อเนลก้าวิ่งเข้า มายิงคล้ายๆใบไม้ร่วงแต่ข้ามคาน

นาทีต่อมาสิงห์ลอนดอนได้เตะมุมก่อนที่อเล็กซ์จะได้ตั้งแล้วยิงเน้นๆ ในเขตโทษแต่โดนบล็อกออกไป

กัมพส์ทยิงไปไหน?
โอกาสตีเสมอลอย ไปอย่างน่าเสียดายสำหรับเจ้าถิ่นหลังได้ฟรีคิกทางด้านซ้ายก่อน หยอดเข้ามาให้แซมบ้าใช้ความใหญ่โขกชงกลับมาแล้วบอลไปเข้าทางกัม พส์ท พีเดอร์เซ่นที่พักอกแล้วยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัดบอลข้ามคานออก ไปเยอะ

กุหลาบ บอลอังกฤษแท้
"กุหลาบไฟ" วางแผนแบบทิ้งคาลินิชไว้ค้ำหน้าคน เดียวแบบนี้ลำบากมากเพราะถ้าไม่ใช่ลูกเซทพีซแบล็คเบิร์นคงแทบไม่ มีโอกาสลุ้นเลย แล้วยิ่งมาเสียเร็วแผนที่จะมาตั้งรับก็พังหมด คงต้องไปวางแผนกันมาใหม่สำหรับแซม อัลลาร์ไดซ์

ช่วงปลายครึ่งแรกเชลซีก็ต่อบอลทำทางขึ้นไปเรื่อยๆแต่แบล็คเบิร์น เองอาศัยบอลตื๊อคอยตอดไปเรื่อยเลยแย่งบอลไปได้บ้างแต่พอแย่งคืนมา ก็โยนทิ้งไปข้างหน้าแล้วก็โดนกองหลังหรือไม่ก็เทิร์นบูลล์เก็บได้หมด เพราะคาลินิชอยู่ข้างหน้าคนเดียวก็เก็บบอลไม่ได้ตามระเบียบ

มาลูด้า เกือบบวก
แบล็คเบิร์นเจ้าบ้านเล่นเหมือนยอมๆชอบกล เมื่อนาทีที่ 39 เอ็นซ็องซี่ไปจ่ายบอลขวางสนามแล้วโดนกาลูล้มตัวก วาดบอลให้มาลูด้าทำหน้าเข้มกระชากขึ้นมาแบบโล่งๆก่อนล็อกเข้าขวา แล้วยิงหลังเท้าแต่บอลตรงตัวเจสัน บราวน์พุ่งปัดออกมาได้

ช่วงท้ายครึ่งจากจังหวะปะทะอิวาโนวิชเล่นต่อไม่ไหวต้องส่งเชอร์ คอฟลงมาแทนพร้อมกับโยกแฟร์เรยร่ามาเป็นแบ็กขวา

ทดเจ็บกุหลาบบอมบ์ ใหญ่
กุหลาบเพลิงสไตล์บิ๊กแซมมามุกเดียวอยู่แล้วพอ ทดเจ็บได้ฟรีคิกปุ๊ปพี่แกโยนบอมบ์เข้ามาอย่างเดียวไม่คิดทำชิ่งทำ เกมเลย พอดร็อกบาลงต่ำไปเคลียร์ทิ้งก็โยนบอมบ์เข้าไปใหม่ ท้ายสุดเป็นเอ็นซ็องซี่คืนให้ซัลกาโด้โยนไปแล้วโดนโขกทิ้งก่อนก รรมการเป่าจบครึ่งแรกเจ้าถิ่นตามหลังอยู่ 0-1

ครึ่ง หลัง

กุหลาบเริ่มคึก-เชอร์คอฟช่วยสิงห์
ครึ่งหลังมาแบล็คเบิร์นเจ้าบ้านยังขยันโยนใส่ไม่ย่อท้อจนนาทีที่ 47 กัมพสท์ พีเดอร์เซ่นทุ่มไกลเข้ามาแล้วคราวนี้แซมบ้ากองหลังหน้าเป้าขึ้น ไปโหม่งแล้วเทิร์นบูลล์ออกมาพลาดแล้วแต่ยังดีที่มีเชอร์คอฟคุม เส้นโขกสกัดออกไปได้

จากจังหวะเคลียร์ "กุหลาบไฟ" ยังได้รุกต่อคราวนี้ซัลกาโด้ทำชิ่งให้กัมพสท์ พีเดอร์เซ่นล็อกเข้าซ้ายก่อนเสี่ยงยิงด้วยซ้ายข้างถนัดแล้วแต่ก็ ยังออกไปไม่ได้ลุ้น

แลมพ์มี เสียว
นาที 49 เชลซีได้โอกาสจากลูกถนัดของแลมพาร์ ดหลังรับบอลจากแฟร์เรยร่าแล้วยิงไกลระยะถนัดบอลโค้งเฉี่ยวเสาออก ไป

ช่วงกลางครึ่งหลังบอลโยนของแบล็คเบิร์นเกือบสัมฤทธิ์ผลจาก จังหวะโยนของซัลกาโด้จากกราบขวาคราวนี้แข้งแบล็คเบิร์นโขก ต่อกันสองจังหวะจนชงไปหาคาลินิชที่จับบอลได้แล้วแต่โดนอเล็ก ซ์สกัดทิ้งไปได้ทันท่วงที

แฟน กุหลาบโวยใหญ่บิ๊กแซมป๊อด
เจสัน โรเบิร์ตส์มายืนอาบแดดอยู่ข้างสนามแล้วแต่พอผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายปั๊ปแฟนแบล็คเบิร์นโหวกเหวกล้งเล้งทันทีเพราะอัลลาร์ไดซ์ เลือกเปลี่ยนคาลินิชซึ่งเป็นหน้าเป้าออกเพราะสกอร์ตามอยู่ต้อง เสี่ยงแล้ว บิ๊กแซมคงเห็นว่าตามแค่ลูกเดียวยังมีลุ้นอยู่เลยเอาชัว ร์ไว้ก่อนไม่อยากเสี่ยงจนเสียลูกสอง

ผ่านมาจะ 65 นาทีเชลซีก็ยังเล่นกันอึนๆต่อบอลไม่แม่นยำแต่ดีที่แบ ล็คเบิร์นก็ต่อบอลชุ่ยเหมือนกันพอได้บอลกลางสนามก็โยนบอมบ์ขึ้น หน้าอย่างเดียวทีมเยือนเลยยังรักษาสกอร์นำอยู่ไม่เดือดร้อน

กัมพสท์พลาดอีก
แบล็คเบิร์นไม่เฉียบคมอีกครั้งในแดนหน้าหลังเอเมอร์ตันได้บอลทาง ด้านขวาแล้วกัมพสท์ พีเดอร์เซ่นโบกไม้โบกมือหยั่งกับเรียกวินมอไซค์เอ เมอร์ตันเลยชิพบอลอย่างเหมาะเหม็งให้แข้งนอร์วีเจี้ยนพักองลงแต่ ดันกระดกผิดเหลี่ยมไปออกข้างโน่น

โยนจน ได้ดี!ดิยุฟโขกเจ๊า
หลังโดนบอมบ์จนมึนหัวเชลซีก็มา เสียจนได้หลังซัลกาโด้ได้บอลทางขวาแล้วโยนเข้ามาที่เสาสองดิยุ ฟขึ้นโขกเหนือแฟร์เรยร่าก่อนโขกกดลงพื้นไม่เหลือ 1-1 แล้วและตอนนี้อยู่ที่หลังหลวมๆของแบล็คเบิร์นว่าจะทานพลังขึงพลัง โหมตามสูตรของเชลซีได้หรือไม่

พี่ตั๊ก ลงแล้ว
ตอนนี้คาร์โล อันเชล็อตติต้องเปลี่ยนเดโก้มา เก็บบอลกลางสนามให้มากขึ้นเพราะกลางดูโหวงเหวงมากและผู้เสียสละ ถูกเปลี่ยนออกก็คือกาลู

ฟรีคิก สองหนไม่ได้ผล
แต่กลายเป็นว่าเชลซีเหมือนล้าเลยฮึด ตั้งเกมมาขึงเหมือนทุกครั้งไม่ได้แต่มีจังหวะลุ้นคือลุยเข้ามาจน ได้ฟรีคิกระยะอันตรายสองครั้งแต่ทั้งดร็อกบาและอเล็กซ์ก็ทำไม่ สำเร็จทั้งคู่

ขึงเต็ม สูตรมาแล้วเชลซี
เชลซีมาติดเครื่องขึงในช่วง 5 นาทีสุดท้ายจนนาที 87 ทีมเยือนได้เตะมุมก่อนแลมพาร์ดเปิดเข้ามาแล้ว เป็นดร็อกบาได้ยิงแต่เจสัน บราวน์ปัดออกได้อย่างสวย

ช่วงที่เหลือเชลซีหมดมุกเล่นบอลโยนบอมบ์ใส่แบล็คเบิร์นอย่างเดียว ซึ่งก็เข้าทางเจ้าบ้านอยู่แล้วเลยอาศัยลูกตอดลูกตื๊อไล่บี้จนสุด ท้ายยันเสมอไปได้ในที่สุด 1-1 ทำให้ "สิงห์ไฮโซ" ไม่ได้กุมชะตาในมือตัวเองอีกแล้วเพราะสถานการณ์เสียเปรียบแมนฯยู ไนเต็ดโดยแม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัดแต่ต้องตามหลังถึง 4 แต้มเลยทีเดียว



ราย ชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส : เจสัน บราวน์ 6.5, มิเชล ซัลกาโด้ 7, *คริสโตเฟอร์ แซมบ้า 8, มาร์ติน โอลส์สัน 7, ฟิล โจนส์ 7.5, มอร์เท่น กัมพสท์ พีเดอร์เซ่น 6.5, คีธ แอนดรูว์ส 6.5, สตีเว่น เอ็นซ็องซี่6.5(เดวิด ออยเล็ตต์ น.90), เอล ฮัดจิ ดิยุฟ 7.5 , เดวิด ดันน์ 6(เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน น.56,6) , นิโคล่า คาลินิช 6.5(เจสัน โรเบิร์ตส์ น.63,7)

เชลซี : รอสส์ เทิร์นบูลล์ 6, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 6(ยูริ เชอร์คอฟ น.45,6) , อเล็กซ์ 6.5, จอห์น เทอร์รี่ 6.5, เปาโล แฟร์เรยร่า 6, จอห์น โอบี มิเกล 6, แฟร้งค์ แลมพาร์ด 6.5, ฟลอร็องต์ มาลูด้า 7, ซาโลมง กาลู 5.5(เดโก้ น.74,6) , นิโกล่าส์ อเนลก้า 7(แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.90) , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา 7

































เมสซี่พ่อทุกสถาบัน! อัดแฮทริคบาร์ซ่าซิว 4-2

เมสซี่พ่อทุก สถาบัน!อัดแฮทริคบาร์ซ่าซิว 4-2

มนุษย์ต่างดาว ที่นาซ่าต้องการตัวชัดๆสำหรับลีโอเนล เมสซี่หลังสวมบทเทพทำแฮทริค 2 นัดติดต่อกันก่อนบาร์เซโลน่าบุกถล่มซาราโกซ่าทีมท้ายตาราง 4-2 กลับมานำฝูงร่วมกับเรอัล มาดริดอีกสัปดาห์

ลา ลีกา

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2553


เรอัล ซาราโกซ่า 2 - 4 บาร์เซโลน่า

ประตู :
0-1 ลีโอเนล เมสซี่ น.5,0-2 ลีโอเนล เมสซี่ น.66,0-3 ลีโอเนล เมสซี่ น.78,1-3 คอลุงก้า น.85,2-3 คอลุงก้า น.89,2-4 สลาตัน อิบราฮิมโมวิช น.90+1

บาร์ซ่าขาดชาบี้-อินเนียสต้าสำรอง
บาร์เซโลน่าที่ไม่มีจอมทัพอย่างชาบี้ เฮอร์นานเดซจะต้องเก็บ 3 แต้มสถานเดียว หลังเรอัล มาดริดชิงนำไปก่อนแล้ว โดยตัวความหวังก็น่าจะเป็นลีโอเนล เมสซี่ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอด เยี่ยม

ครึ่งแรก

บาร์ซ่า ได้ง่ายเวอร์
นาทีที่ 5 เืท่าันั้นบาร์เซโลน่าก็ได้ประตู ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากความผิดพลาดของกองหลังซาราโกซ่าที่จ่ายบอลพลาดไป เข้าเท้าอิบรา ก่อนที่เขาจะจ่ายต่อไปยังเปโดร แล้วโยนเข้ากลางให้กับลีโอเนล เมสซี่ที่ยืนชาร์จพลังรอโหม่งคนเดียว แฉลบกองหลังเข้าไปตุงตาข่าย บาร์ซ่าออกนำไปก่อนอย่างเร็ว 1-0

อัลเวสเซฟช่วยบาร์ ซ่า
นาทีที่ 17 บาร์ซ่าเกือบจะโดนสวนจนช้ำซะแล้ว หลังจากอิลิสซูได้โอกาสหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ จากลูกเปิดงัดข้ามกองหลังมาของเพื่อนร่วมทีม แต่ง้างเท้าช้าไปหน่อย ทำให้อัลเวสพุ่งเข้ามาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

ตูเร่ซัดเหินข้าม คานเฉย
นาทีที่ 24 ยาย่า ตูเร่น่าจะบวกประตูที่ 2 ให้กับบาร์ซ่าเป็นอย่างยิ่ง หลังเขาได้โอกาสซัดเหน่ง ๆ หน้าประตูจากลูกเปิดของแม็กซ์เวล ระยะไม่ถึง 10 หลา แต่กลับเอี้ยวตัวยิงข้ามคานออกไป

เกมเนือยๆแต่บาร์ ซ่าดูดีกว่า
กำลังจะผ่านไปครึ่งชั่วโมงสำหรับเกมนี้ แต่ทั้งสองคู่ยังหาโอกาส ในการเข้าทำกันค่อนข้างน้อย เพราะเกมส่วนใหญ่จะอยู่ตรงกลางสนาม และเป็นทางบาร์ซ่าที่ดูจะบุกได้น้ำได้เนื้อกว่า

อิบราโหม่งจ่อๆ พลาดเฉย
ยังคงไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้เหมือนเดิม สำหรับอิบราฮิมโมวิช หลังจากเขาได้โหม่งลูกเตะมุมคนเดียวเหน่ง ๆ หน้าประตูในนาทีที่ 30 แต่กลับขวิดออกหลังไปหน้าตาเฉย ทั้ง ๆ ที่ได้โขกจากระยะไม่น่าจะถึง 5 หลา

เจ้าบ้านเริ่มกดดัน-บาร์ซ่าตื้อ
ไป ๆ มา ๆ หลังจากบุกแล้วทำไม่ได้สักที กลายเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ได้โอกาส ตั้งเกมขึ้นไปบุกบ้าง แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้สักที จะมีก็แต่การลุ้นจากลูกฟรีคิกเท่านั้น

ช่วงท้ายครึ่งแรกบาร์ ซ่าได้โอกาสลุ้นจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ แต่เมสซี่ก็ยิงไปติดกำแพง

จบ 45 นาทีบาร์เซโลน่านำซาราโกซ่าอยู่ 1-0 จากประตูที่เมสซี่โหม่งเข้าไปตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก

ครึ่งหลัง

ในครึ่งหลังซาราโกซ่าปรับหมากด้วยการส่งราฟิต้า ลงมาเล่นแทนเอ็ดมิลสัน

เจ้า บ้านแก้เกมมาดี
หลังจากเริ่มเล่นในครึ่งหลัง ก็เป็นทางฝั่งซาราโกซ่าที่ได้ทำเกมบุกใส่บาร์ซ่าได้น่าดูชมพอ สมควร แต่ที่ยังขาดไปก็คือจังหวะสุดท้ายที่ยังกดดันแนวรับของบาร์ซ่าได้ ไม่ดีเท่าไร

บาร์ซ่า ต่อบอลสวย-ตูเร่ซัดออกอีกละ
นาทีที่ 53 ซาร์เซโลน่าก็โชว์จังหวะสวนกลับ และการต่อบอลอันสวยงาม โดยเริ่มจากเปโดรที่ลากบอลขึ้นมากลางสนาม จ่ายต่อให้กับบุสเกตส์ ก่อนจะแทงทะลุช่องไปให้อิบราฮิมโมวิชในกรอบเขตโทษ แล้วตอกส้นกลับมาให้ยาย่า ตูเร่ได้ซัด แต่ก็อีหรอบเดิม ข้ามคานออกไป

อัลเวส เปิดน่ากลัว-เมสซี่เกือบได้โหม่ง
นาทีที่ 57 ดาเนียล อัลเวสได้บอลทางฝั่งขวา ก่อนที่จะเปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษ ชนิดที่เป็นจุดเกรงใจระหว่างผู้รักษาประตูกับกองหลัง แต่โชคดีที่เมสซี่เข้าไม่ถึงบอล หลังของซาราโกซ่าจึงเคลียร์ออกไปได้

กลางไม่เดิน-เป๊บ ปรับส่งอิสเนียสต้าลง
นาทีที่ 63 แฟน ๆ บาร์ซ่าลุกขึ้นปรบมือกันเกรียว หลังมองไปที่ข้างสนามแล้ว เห็นอินเนียสต้ากำลังจะลงสนาม เพราะตลอดชั่วโมงแรกของเกม กลางบาร์ซ่าดูจะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยทำได้เอาซะเลย

โดยอิน เนียสต้าถูกเปลี่ยนลงมาแทนยาย่า ตูเร่

จะบ้า ตาย!ใครก็ได้หยุดเมสซี่ที
นาทีที่ 66 แฟน ๆ ทั่วสนามต่างลุกขึ้นซูฮกให้กับความยอดเยี่ยมอันเหลือเชื่อของลีโอ เนล เมสซี หลังจากเขาไปแย่งบอลมาจากผู้เล่นซาราโกซ่า ก่อนที่จะลากจากครึ่งสนาม หลบไป 1 คน แล้วลากเข้ากรอบเขตโทษล็อค 2-3 ครั้ง ชนิดกองหลังซาราโกซ่าหัวหมุนแล้วหมุนอีก และซัดด้วยซ้ายข้างถนัดเข้าไป เสียบเสาสอง บาร์ซ่าออกนำห่าง 2-0 จากความสามารถระดับโลกของล๊โอเนล เมสซี่

เป๊บแอบ ฮา
ในช่วงนาทีที่ 70 กว่าภาพจับไปที่เป๊บ กวาร์ดิโอล่าที่เรียกนักเตะให้ออกมาเตรียมเปลี่ยนตัว แต่เหมือนจะเรียกผิดคน เพราะตั้งใจจะเรียกมาเกซ แต่ดันไปเรียกชีกรีนสกี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเกาหัวยิก ๆ ทำเอาทั้งออรี และตูเร่ที่นั่งอยู่ขำกันขี้แตก

เพื่อน ไม่จ่าย?-อิบรายิงจ่อ ๆ ออก
ไม่รู้ว่าเอเยนต์ของอิบราฮิมโม วิชจะปั้นหน้ายังไง เพราะในนาทีที่ 77 เปโดรวิ่งหลุดขึ้นทางฝั่งซ้ายก่อนที่ จะ

ระดับ จักรวาล!เมสซี่แฮทริค
คล้อยหลังจังหวะของอิบราฮิมโมวิชแค่ นาทีเดียว เมสซี่ก็มาซัดแฮทริคของเขาในเกมนี้จนได้ จากจังหวะที่อิเนียสต้าไหลบอลให้เขาหน้ากรอบเขตโทษ แล้วเมสซี่ก็ซัดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลโค้งเสียบเสาแรกสวยงาม บาร์ซ่าถล่ม 3-0 เมสซี่เหมา ๆ

ภาพจับมาที่อิบราฮิมโมวิชทันที และแน่นอนเลยว่าเจ้าตัวทำหน้าบอก บุญไม่รับ ก่อนที่เปโดรจะเข้ามาปลอบด้วยความเห็นใจ

หมดคำจะพูด!อิบรา ซัดโล่ง ๆ ข้ามคานเฉย
นาทีที่ 84 ลีดอเนล เมสซ๊่ได้บอลก่อนจะไหลแบบใส่พานให้กับอิบราฮิมโมวิ ชที่วิ่งหลุดขึ้นไปหน้ากรอบเขตโทษได้ซัดคนเดียวโล่ง ๆ ตามเหมือนเดิม ยิงข้ามคานออกไป ทำเอาอิบราหงุดหงิดตัวเองไม่หยุด เพราะนัดนี้มีโอกาสเหน่ง ๆ อยู่หลายครั้ง แต่กลับทำประตูไม่ได้เลย

บาร์ซ่า โดยเจาะไข่
ในนาทีถัดมา บา์ร์เซโลน่าที่บุกเพลิน ๆ ก็มาเสียประตูตีไข่แตกจนได้ จากจังหวะที่ปล่อยให้คอลุงก้าวิ่งหลุดเข้า ไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนที่จะยิงด้วยซ้ายผ่านหน้าบัลเดสที่ ล้มตัวรับไม่ทันเสียบเสาสองสวยงาม ซาราโกซ่าตามมาเป็น 3-1

ชักไม่ แน่บาร์ซ่าโดนไล่ 3-2
ในนาทีที่ 89 บาร์ซ่าโดนไล่มาเป็น 3-2 จากจังหวะที่คอลุงก้าวิ่งหลุดขึ้นไปจากการจ่ายทะลุช่องของเพื่อน เข้าไปยิงสวนบัลเดส อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอนแล้วในตอนนี้

เมสซี่ เลี้ยงขั้นเทพ-อิบราซัดโทษ
ในช่วงทดเวลาบาร์ซ่าก็มา ได้ความมหัศจรรย์ของลีโอเนล เมสซี่ช่วยปิดสถานการณ์ที่โดนไล่มา หลังเขากระดูกบอลหลบผู้เล่นซาราโกซ่าในจังหวะแรก ก่อนจะล็อกบอลหลบผ่านกองหลังของซาราโกซ่าในกรอบเขตโทษสองคน แล้วล็อกบอลเข้าซ้ายกำลังจะยิง แต่โดนเหนี่ยวล้มลงก่อน กรรมการเป่าให้จุดโทษทันที

เพื่อนทั้งทีมพร้อมใจกันให้อิบราฮิมโมวิชเป็นคนยิงจุดโทษ และก็ไม่พลาด บาร์ซ่าออกนำห่างไปอีกครั้ง 4-2 และน่าจะปิดเกมเรียบร้อยแล้ว

จบ เกมบาร์เซโลน่าเอาชนะซาราโกซ่าไปได้ 4-2 จากฝีเท้าอันสุดยอดของลีโอเนล เมสซี่ที่ระเบิดแฮทริคเป็นครั้งที่ 3 แล้วในฤดูกาลนี้ โดยสองครั้งก่อนเกิดขึ้นในนัดที่พบกับในนัดที่แล้วบาเลนเซีย และเตเนริเฟ่เมื่อช่วงต้นปี

ทำให้บาร์เซโลน่าเก็บ 3 คะแนนเพิ่มเป็น 68 คะแนนยังคงอยู่อันดับที่ 2 แม้จะมีแต้มเท่ากับเรอัล มาดริดก็ตาม เพราะลูกได้เสียน้อยกว่า 2 ลูก

รายชื่อผู้เล่น ทั้งสองทีม

เรอัล ซาราโกซ่า : โรแบร์โต้ กาโก้ 6.5,มัตเตโอ คอนตินี่ 6.5,ยิริ ยาโรซิค 6.5,เลโอนาร์โด พอนซิโอ 6,คาร์ลอส ดิโอโก้ 6.5,เอ็ดมิลสัน 6(ราฟิเต้ 5.5 น.45),กาบี้ 6,ฮัมแบร์โต้ ซัวโซ่ 6.5(เพนแนนท์ - น.79),แอนเดอร์ เฮอร์เรร่า 7,อลิสซู 6,ฮาเวียร์ อริสเมนดี้ 6(คอลุงก้า 7 น.62)

บาร์เซโล น่า : วิคตอร์ บัลเดส 6.5,เคราร์ด ปิเก้ 6.5(ปูโยล - น.69),กาเบรียล มิลิโต้ 7(มาร์เกซ - น.73),แม็กซ์เวล 7,ดาเนียล อัลเวส 6.5,ยาย่า ตูเร่ 7.5(อิเนียสต้า 6 น.63),เซย์ดู เกอิต้า 6,เซอร์จิโอ้ บุสเก็ตส์ 6.5,เปโดร 7,ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช 6.5,ลีโอเนล เมสซี่ 9.5*