Google
 

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พี่เสือเฮ 3-1 ซิวแชมป์สมัย 21 สุดยิ่งใหญ่

พี่เสือเฮ 3-1 ซิวแชมป์สมัย 21 สุดยิ่งใหญ่

"เสือใต้"บาเยิร์นมิวนิ ค ภายใต้ยุคหลุยส์ ฟาน กาล เก็บชัยชนะเหนือแฮร์ธ่าเบอร์ลินสำเร็จ 3-1 ทะยานขึ้นครองแชมป์บุนเดสลีกาอย่างยิ่งใหญ่เป็นสมัยที่ 21 รอลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์ในปีนี้ต่อไป

บุนเด สลีกา นัดที่ 34

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2553

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 1-3 บาเยิร์นมิวนิค

ประตู : 0-1 อิวิก้า โอลิช น.20, 1-1 กุสตาโว่ รามอส น.59, 1-2 อาร์เยน ร็อบเบน น.74, 1-3 อาร์เยน ร็อบเบน น.87

ที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี บาเยิร์นมิวนิคเตรียมฉลองแชมป์บุ นเดสลีกา สมัยที่ 21 หากแพ้ไม่ถึง 17 ลูกก็จะคว้าแชมป์ทันที เรียกว่าโอกาสใสมากทีเดียว แต่ยังขนนักเตะชุดใหญ่ลงสนามกันครบครัน

ครึ่ง แรก

บาเยิร์นเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 12 เมื่อฟรองก์ ริเบรี่ ไปแย่งบอลมาได้จากเท้าของกองหลังแฮร์ธ่าที่เส้น หลัง ก่อนจะไหลให้อิวิก้า โอลิช เติมขึ้นมายิงเต็มข้อ แต่ติดเซฟของยาโลสลาฟ ดร็อบนี่ เหลือเชื่อ

พอเห็นว่าเริ่มมีช่อง "เสือใต้"ก็จัดชุดใหญ่ทำร้ายร่างกาย"หญิงชรา"ทันที แต่ต้องชมกองหลังแฮร์ธ่า ที่ช่วยกันได้ดี

ทว่า แนวรับของแฮร์ธ่าก็มาแตกจนได้เมื่อเข้าสู่นาทีที่ 20 ร็อบเบน ไหลให้ อิวิก้า โอวิช โชว์ความคมยิงด้วยซ้าย หนีมือดร็อบนี่ เสียบเสาสองเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำเอาโจเซ่ มูรินโญ่ ต้องก้มหน้าก้มตาจดบันทึก และอูลี เฮอเนส ยิ้มแก้มปริทีเดียว "เสือใต้"นำแล้ว 1-0

แฮร์ธ่าเกือบตีเสมอทันควันในจังหวะสวนกลับเมื่อราฟฟาเอลจ่ายให้ ลูคัส ปิซเช็ค จับหนึ่งทีแล้วแตะหนีกองหลังบาเยิร์น ก่อนจะยิงไปติดไหล่ของยอร์ก บุทต์ ในนาทีที่ 24 จากนั้น นาทีที่ 30 ริเบรี่ที่เล่นได้ดีในวันนี้ลองส่องไกลดูบ้าน แต่ไปเข้าซองดร็อบนี่อีก

นาทีที่ 33 กอจโก้ คาซาร์ ยิงฟรีคิกสุดสวยระยะ 25 หลา บอลพุ่งสวยข้ามกำแพง กำลังจะเบียดเสาแรกเข้าอยู่แล้ว แต่ยอร์ก บุทต์ โชว์ซุปเปอร์เซฟบินปัดพ้นกรอบประตูไปได้ ลูกนี้ต้องชมทั้งคนยิงและ คนเซฟเลยทีเดียว

หมดครึ่งแรก เส้นทางสู่แชมป์ของบาเยิร์นมิวนิ คสดใสมากทีเดียว เพราะยังนำอยู่ 1-0

ครึ่ง หลัง

เริ่มมาได้ไม่ทันไร ราฟฟาเอลก็มีโอกาสตั้งป้อมซัด บอลติดส่ายเล็กน้อย แต่ความเก๋าของยอร์ค บุทต์ ก็ทำให้นายทวารดาวโรยไม่หลงทาง ทุบข้ามคานไปได้

จนเข้าสู่นาทีที่ 59 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ เมื่อซิเซโร่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากลอลมาได้ถึงเส้นหลัง ก่อนจะตบให้กุสตาโว่ รามอส ที่อยู่เสาสองได้แปเข้าไปนิ่มๆ "หญิงชรา"ไล่มาเป็น 1-1 แล้ว

แต่นาทีที่ 74 บาเยิร์นมิวนิคก็ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะสวนกลับเร็วที่โธมัส มุลเลอร์ ไหลให้อาร์เยน ร็อบเนน ได้หาช่องยิงหักข้อไปที่เสาแรก ไหลผ่านมือดร็อบนี่เข้าไปสุดสวย "เสือใต้"เตรียมฉลองด้วยประตูนำ 2-1

"เสือใต้"ตอกฝาโลกสำเร็จใจนาทีที่ 87 เมื่อดานิเยล พรานยิช ยิงไกลจากนอกกรอบแฉลบกองหลังแฮร์ธ่าแล้วบอลย้อยเป็นใบไม้ร่วง แล้วลงมาชนคานกระดอนออกมา ทำให้อาร์เยน ร็อบเบน ที่ไม่ได้ยืนเหม่อเหมือนคนอื่นตามมาวอลเล่ย์ในจังหวะซ้ำดาบสอง เข้าไปจ่อๆไม่เหลือ บาเยิร์นทะยานนำ 3-1 สำเร็จ

และผู้ตัดสินฟลอเรียน มายเออร์ ก็ไม่ได้ทดเวลาบาดเจ็บเพิ่ม เป่านกหวีดหมดเวลาเป็นสัญญาณการทะยานสู่แชมป์สมัยที่ 21 ของบาเยิร์นมิวนิคอย่างยิ่งใหญ่ รอลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์ต่อไป ด้วยการทำศึกเดเอฟเอโพคาลนัดชิงชนะเลิศวันที่ 15 พฤษภาคม ต่อด้วยแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 22 พฤษภาคม

รายชื่อ นักเตะทั้งสองทีม

แฮร์ธ่า : ยาโลสลาฟ ดร็อบนี่, คริสโตฟ แยงเคอร์, อาร์เน่ ฟรีดริช, ฟาเบียน ลูสเท่นเบอร์เกอร์ (ธีโอฟานิส เกคาส น.86), เวเลน โคเบียชวิลี่, ลูคัส ปิซเช็ค (ปาทริป เอเบิร์ต น.66), ซิเซโร่, กอจโก้ คาซาร์, กุสตาโว่ รามอส, ราฟฟาเอล

บา เยิร์นมิวนิค : ยอร์ก บุทต์, ดิเอโก้ คอนเตนโต้, ดาเนียล ฟาน บุยเต็น, โฮลเกอร์ บาสตูเบอร์, ฟิลิป ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์, มาร์ก ฟาน บอมเมล (ดานิเยล พรานยิช น.45), ฟรองก์ ริเบรี่ (ฮามิต อัลทิลท็อป น.61), อาร์เยน ร็อบเบน, อิวิก้า โอลิช (มิโลสลาฟ โคลเซ่ น.78), โธมัส มุลเลอร์

ผู้ ตัดสิน : ฟลอเรียน มายเออร์


































จบสวย!ปืนถล่มเจ้าสัว4-0ปิด ท้าย ฤดูกาล

ถึงอาร์เซน่อลจะไม่ ได้ลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย แต่ก็เล่นอย่างเต็มที่เพื่อเป็นของขวัญ ให้แฟนๆที่เข้ามาชมในสนาม เปิดบ้านถล่มฟูแล่มไป 4-0 จบฤดูกาล 2009-2010 ด้วยอันดับที่สาม

พรี เมีย ร์ลีก

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2553


อาร์เซน่อล 4 : 0 ฟูแล่ม

ประตู :
1-0 อังเดร อาชาวิน น.21, 2-0 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.26, 3-0 คริสแบร์ด น.37 (ทำเข้าประตูตัวเอง), 4-0 คาร์ลอส เวล่า น.84

ครึ่งแรก

เพอร์ ซี่ ปั่นเกือบหาย
เริ่มเกมมาได้ 9 นาที อาร์เซน่อลเกือบได้ประตูขึ้นนำจากฟรีคิกแถวมุมธงของโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ที่ปั่นเข้ามาบอลจะเสียบคานอยู่แล้ว แต่ชวาร์เซอร์ปัดออกไปได้หวุดหวิด

นาสรี่ ส่อง ไกลเฉี่ยวเสานิดเดียว
เกมเข้าสู่นาทีที่ 13 อาร์เซน่อลได้โอกาสจะแจ้งอีกครั้ง จากจังหวะที่ซาเมียร์ นาสรี่ลองส่องไกลจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว

อาชาวิ นเก็บ ส้มจากชวาร์เซอร์ปืนนำ1-0
นาทีที่ 21 อาร์เซน่อลมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ไม่น่าจะมีอะไร เมื่อมาร์ค ชวาร์เซอร์ครองบอลอยู่ในเขตโทษ แต่ว่าแตะบอลยาวเกิน ทำให้อาชาวินวิ่งมาฉกบอลไป ก่อนแตะหลบชวาร์เซอร์ล็อกหลอกชวาร์เซอร์ที่ พยายามจะวิ่งมาสกัดหนึ่งที แล้วซัดมุมแคบแฉลบกองหลังฟูแล่มเข้าไป

เพอร์ ซี่ เกือบไป!ซัดจ่อๆติดแต่ยังดีซ้ำเข้า
เกมเข้าสู่ นาทีที่ 26 อาร์เซน่อลมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ธีโอ วัลค็อตต์หลุดเดี่ยวขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจ่ายถวายพานให้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ซัดทันที แต่จังหวะแรกไปติดมาร์ค ชวาร์เซอร์บอลกระเด้งไปโดนคาน กลับมาเข้าทางเพอร์ซี่อีกครั้ง คราวนี้ไม่พลาดแล้วซัดเข้าไปไม่เหลือ

ครึ่งชั่วโมงผ่านเป็นอาร์เซน่อลที่ครองบอลบุกอยู่ฝั่งเดียว เรียกได้ว่าฟาเบียงสกี้แทบไม่ต้องทำอะไรเลย

เจ้าสัวยิง ตัวเองปืนนำ3-0
นาทีที่ 38 อาร์เซน่อลมาได้ลูกที่สาม จากความผิดพลาดของกองหลังฟูแล่ม ในจังหวะที่วัลค็อตต์ได้บอลเลี้ยงขึ้น มาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดเลียดเข้ากลางไป บอลผ่านมาหมดจนมาถึงคริส แบร์ดพยายามจะสกัดออก แต่ว่าผิดเหลี่ยมบอลเข้าประตูตัวเองไป อาร์เซน่อลนำห่าง 3-0 หลังจากนั้นก็ไม่มีประตูเพิ่มอีก ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้


ครึ่ง หลัง

ปืนเกือบ อีก!เพอร์ซี่ซัดชนเสา
เริ่ม ครึ่งหลังมาได้ 4 นาที สกอร์น่าจะไหลเป็น 4-0 จากจังหวะที่ซานย่าเปิดบอลเข้ากลาง มาให้เพอร์ซี่เข้าฮอส แต่ว่าชวาเซอร์ตัดบอลได้ก่อน แต่ก็ยังมาเข้าทางเพอร์ซี่ซัดทันที แต่ว่าบอลดันไปชนเสากระเด้งอ อกมาซะงั้น

ฟูแล่ มโชค ร้ายผู้ตัดสินไม่เป่าให้จุดโทษ
ในนาทีที่ 64 ฟูแล่มน่าได้จุดโทษจริงๆ จากจังหวะที่โซล แคมป์เบลไปสกัดเดมป์ซี่ย์ล้มล งในเขตโทษ แต่กรรมการกลับไม่ว่าอะไร

เวล่า เหนือ!ชิพข้ามชวาร์เซอร์ปืนนำ4-0
เหนือจริงๆสำหรับ ประตูที่สี่ของอาร์เซน่อล จากจังหวะที่นาสรี่บอลทะลุช่องให้คา ร์ลอส เวล่าหลุดกับดักล้ำหน้าไปเดี่ยวๆกับชวาร์เซอร์ ก่อนจะชิพนิ่มๆข้ามหัวเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

หลังจากนั้นก็ไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบเกมอาร์เซน่อลเปิดบ้านเอา ชนะฟูแล่มไป 4-0 มีคะแนนขึ้นมาเป็น 75 แต้ม จบฤดูกาล 2009-2010 ด้วยอันดับที่ 3


รายชื่อผู้ เล่นทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล :
ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้ , มิคาเอล ซิลแวสต์ (ชูรู น.62), โซล แคมป์เบล, กาเอล กลิชี่ย์, บาการี่ ซานย่า, อาบู ดิยาบี้, ซาเมียร์ นาสรี่, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ , อังเดร อาชาวิน (อาชาวิน น.77), โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ทีโอ วัลค็อตต์ (แลนส์บูรี่ น.77)

ฟูแล่ม : มา ร์ค ชวาร์เซอร์, คริส สมอลลิ่ง, คริส แบร์ด, นิกกี้ ชอรี่ย์, จอห์น พานซิล (เคลลี่ น.59), โจนาธาน กรีนนิ่ง, คากิโช ดิกคาคอย, ครินท์ เดมป์ซี่ (สตอร์ น.67), รีเซ่ (เอล์ม น.45), สเตฟาโน่ โอกาก้า, อีริค เนฟแลนด์




















เต็มที่แล้ว!ผีอัด หม้อแตก4-0ได้แค่รองแชมป์

นี่น่าจะเป็นชัยชนะ ที่ชอกช้ำที่สุดของบรรดา 'เร้ดอาร์มี่' ในฤดูกาลนี้ เพราะถึงแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเอาชนะสโต๊ค ซิตี้ไปได้ 4-0 แต่เนื่องจากเชลซีเก็บ 3 คะแนนเหนือวีแกนได้ จึงทำให้พวกเขาเป็นได้เพียงแค่รอง แชมป์เท่านั้น มิหนำซ้ำรูนี่ย์ยังพลาดดาวซัลโวไปอีกด้วย

พรี เมียร์ ลีก

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษาคม 2553


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 สโต๊ค ซิตี้

ประตู :
1-0 ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ น.31,2-0 ไรอัน กิ๊กส์ น.38,3-0 แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทอม(o.g.) น.55,4-0 จี ซุง ปาร์ค น.84

แมน เชสเตอร์ ยูไนเต็ดวางคู่หน้าเป็นรูนี่ย์ กับเบอร์บาตอฟ ส่วนแผงหลังได้ริโอ เฟอร์ดินานด์กลับมาลงเล่นอีกครั้ง ในขณะที่เกมนี้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันส่ง 3 ผู้เฒ่า แกรี่,สโคลส์,กิ๊กส์ลงเล่นกันพร้อมหน้า โดยในนัดนี้พวกเขาต้องเก็บ 3 คะแนนในได้ และรอลุ้นผลของเชลซีว่าจะเป็นอ ย่างไรในการตัดสินแชมป์พรีเมียร์ ลีก

ครึ่ง แรก

เบิร์บซัด ติดบล็อก
เริ่มเกมมาได้ 6 นาที แมนฯยูก็มีโอกาสลุ้นประตูแบบจัง ๆ จากจังหวะที่สโต๊คเสียบอล ตรงกลางสนาม ก่อนที่รูนี่ย์จะฉกไปแล้วจ่ายทะลุช่องให้กับเบอร์บาตอฟได้เข้า ไปซัดที่เสา แรกเต็ม ๆ แต่โดนวิลกินสันพุ่งเข้ามาบล็อกบอลออกหลังไปได้ แบบหวุดหวิด

ขณะเดียวกันจากฝากฝั่งของแสตมป์ฟอร์ด บริดจ์ แฟน ๆ เร้ดอาร์มี่ รวมทั้งเซอร์ อเล็กซ์นั่งหน้ามุ้ยทันที หลังรู้ข่าวว่าเชลซียิงขึ้นนำวีแกน ไปตั้งแต่ไก่โห่ จากการทำประตูของอเนลก้า

เบิร์บโหม่ง เหินข้ามคาน
นาทีที่ 12 เบอร์บาตอฟได้โอกาสทำประตูให้กับทีมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาก็โหม่งลูกเปิดของนานี่ข้ามคานออกไป เพราะบอลที่เปิดมาดูเหมือนจะสูงไปนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ต้องถอยโหม่งจนกดไม่ลง

เอฟร่า ตะลุย-ฝืนยิงไปนิด
5 นาีทีถัดมา แมนฯยูทำกันได้สวยจากจังหวะที่กิ๊กส์จ่ายให้สโคลส์ได้ยืน รับบอลโล่ง ๆ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะไหลออกข้างให้กับเอฟร่าที่เติม ขึ้นมาในกรอบเขตโทษแตะหลบผู้เล่นของ สโต๊คไปได้ แต่หลักไม่ค่อยดีเท่าไร เจ้าตัวเห็นว่ามาได้ขนาดนี้ต้องยิง เลยฝืนซัดด้วยขวาไปติดบล็อกกองหลัง ทั้ง ๆ ที่ถ้าแตะต่อให้รูนี่ย์อาจจะได้ยืนยิงเหน่ง ๆ ก็เป็นได้

เบิร์บโขกชนคาน
นาทีที่ 23 เป็นโอกาสของเบอร์บาตอฟอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นประตูได้เช่น เคย จากจังหวะที่นานี่ทำได้ดีทางด้านข้าง หลอกผู้เล่นของสโต๊คก่อนจะเปิดเข้ากลางอย่างรวดเร็ว เบอร์บาตอฟขึ้นเทคตัวโขกเต็มกบาล บอลพุ่งแรงแต่ดันไปชนคานบอลเด้งอ อกหลังไป

เทพ เฟล็ทหนุ งทีเดียวหาย
นาทีที่ 31 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ได้ประตูขึ้นนำที่พวกเขาต้องการแล้ว จากจังหวะที่กิ๊กส์เปิดลูกเตะมุมเข้ามา วิดิชโหม่งก่อนในจังหวะแรก แต่กองหลังของสโต๊คเคลียร์ไม่ขาด ทำให้บอลหลุดไปถึงเฟลทเชอร์ที่ซัด จังหวะแรกเบียดเสาเข้าไปตุงตาข่าย แมนฯยูขึ้นนำ 1-0 แล้ว

แต่ในความดีใจก็ปนความเศร้าไปด้วย เพราะเชลซีขึ้นนำ 2-0 จากจุดโทษของแลมพาร์ด แถมวีแกนยังเหลือ 10 ตัวอีกด้วย ความหวังของพลพรรค 'ปีศาจแดง' ริบหรี่เต็มที

กิ๊กส์บวก ประตูที่ 2
นาทีที่ 38 แม้ว่าความหวังจะน้อย แต่พลพรรค 'ปีศาจแดง' ก็ขอทำหน้าที่ของพวกเขาต่อไป โดยได้ประตูนำห่าง 2-0 จากความยอดเยี่ยมของเบอร์บาตอฟที่กระชากหนีกองหลังของสโต๊คเข้าไป จ่ายให้กับ ไรอัน กิ๊กส์ที่วิ่งสอดขึ้นมาแปด้วยซ้ายตรงกลางกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านตัวเบโกวิชเข้าไปประตู แมนฯยูขึ้นนำ 2-0 แต่มันจะมีความหมายหรือไม่ต่อตำแหน่งแชมป์ ??

หมู เกือบยิง ได้
ก่อนหมดเวลา 2 นาที เวย์น รูนี่ย์ได้โอกาสแรกของเขาในเกม หลังจากวิ่งหลุดเข้าไปเอาบอลในกรอบเขต โทษฝั่งขวา ก่อนที่จะล็อกหลบฮูธด้วยการแตะเข้าซ้าย แล้วยิงทันที แต่ฮูธกลับตัวได้ทันพุ่งมาบล็อกเอาไว้ได้ก่อน

ฟู ลเลอร์ เกือบยิงตีไข่แตก
เข้าสู่ช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ฟูลเลอร์ก็เกือบจะยิงประตูตีตื้นให้กับสโต๊ค จากจังหวะที่เฟอร์ดินานด์สร้างงานให้เพื่อนเพราะประกบเขาไม่ดี ทำให้ได้พลิกไปยิงเหน่ง ๆ ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ยังดีที่ฟาน เดอร์ ซาร์ล้มตัวปัดบอลออกมาได้ทัน

จบ 45 นาทีแรก แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะนำอยู่ 2-0 ก็ตาม แต่มันดันเป็นสกอร์เดียวกันกับที่เชลซีนำวีแกนซึ่งเหลือ 10 คนอยู่ งานนี้บอกตรง ๆ ว่าหาก 'ปีศาจแดง' หวังแชมป์ก็คงต้องเพิ่งโคตรของโคตร ปาฏิหารย์มาช่วยเท่านั้น

ครึ่ง หลัง

สโต๊คยิงตัว เองซะงั้น
เริ่มครึ่ง หลังมาได้แค่ 10 นาที แมนฯยูก็ได้ประตูนำห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่รูนี่ย์รับลูกเปิดของเฟล็ทเชอร์ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะพลิกแล้วจ่ายเลียดไปหน้าประตู ฮิกกิ้นบอทอมพยายามที่จะล้มตัวสกัด แต่บอลดันผิดเหลี่ยมพุ่งเข้าชนคานเข้าประตูไป

ไม่รู้ว่าจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น พอแมนฯยูได้ประตูที่ 3 เชลซีเองก็ได้ประตูที่ 3 เช่นเดียวกัน เรียกได้เลยว่าแชมป์น่าจะตกไป อยู่กรุงลอนดอนค่อนข้างแน่นอนแล้ว

ป๋าทำใจ!ส่งดาวรุ่งลงเล่น
นาทีที่ 62 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันทำใจได้แล้วสำหรับการพลาดคว้า แชมป์พรีเมียร์ในปีนี้ เลยส่งเฟดเดริโก้ มาเคด้า และดารอน กิ๊บสันลงไปเล่นแทนสโคลส์ กับเบอร์บาตอฟ

งานนี้สาวก 'ปีศาจแดง' คงลุ้นได้แค่ตำแหน่งดาวซัลโวของรูนี่ย์ และการทำประตูให้ได้ของมาเคด้า เพื่อสานต่ออนาคตศูนย์หน้าของทีมต่อไปเท่่านั้น

หมูจ่าย งาม หงด-บังยิงติดเซฟ
ถัดมา 2 นาที รูนี่ย์โชว์ทักษะการจ่ายบอลทะลุช่องทั้งแรง และคมไปให้กับนานี่ได้หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ แต่เบาหวิวทำให้เบโกวิชเซฟเอาไว้ได้

และแล้ว สิ่งที่เหลือลุ้นอยู่อย่างเดียวของรูนี่ย์ในพรีเมียร์ก็ทำ ท่าจะงานหนักขึ้น เพราะดิดิเย่ร์ ดร็อกบาบวกประตูที่ 5 ให้กับเชลซี และนี่ก็เป็นประตูที่ 27 ของฤดูกาล ส่งให้เขาแซงหน้า 'ไอ้หมู' ขึ้นไปเป็นดาวซัลโวอันดับหนึ่งในตอนนี้แล้ว

น้าซาร์ เซฟ สวย
นาทีที่ 74 เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ช่วยเซฟไม่ให้แมนฯยูโดนตีไข่แตกได้ จากจังหวะที่สโต๊คบุกสวนขึ้นมา แล้วได้โหม่งในกรอบเขตโทษ แต่น้าซาร์ยังไวพุ่งปัดไว้ได้ทัน

น้าซาร์ เซฟกระจาย-หมูโดนเปลี่ยนออก
ถัดมา 3 นาที ฟาน เดอร์ ซาร์ก็ต้องเหนื่อยอีกครั้ง จากจังหวะที่แดนนี่ พิวจ์ปั่นไซร้จากนอกกรอบเขตโทษ บอลกำลังจะพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่น้าซาร์พุ่งสุดเหยียดแบบลืมแก่ปัดออกไปได้

หลังจากนั้นรูนี่ย์ก็ถูกถอดออกเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ขา หนีบ ในจังหวะที่เขาจ่ายบอลขึ้นไปข้างหน้า เล่นเอาแฟน ๆ ทีมชาติอังกฤษ รวมทั้งฟาบิโอ คาเปลโล่ใจตกไปถึงตาตุ่มเลยทีเดียว ซึ่งแปลว่าเขาหมดสิทธิ์ลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดเรียบร้อยแล้ว

ปาร์ค โขก ปลอบใจแฟนผีชาวเอเชีย
นาทีที่ 84 จี ซุง ปาร์คที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนรูนี่ย์ก็ทำประตูปลอบใจแฟนแมนฯยูใน เอเชีย จากจังหวะที่กิ๊กส์เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่บอลจะผ่านหน้าประตูเลยไปเสาสองที่มีปาร์คเติมขึ้นมาตอร์ปิ โดโหม่ง เข้าไปตุงตาข่าย แมนฯยูนำห่าง 4-0 แบบกร่อย ๆ

จบ 90 นาทีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะวีแกนไปได้ 4-0 แต่พวกเขาก็เป็นได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น เนื่องจากมีเพียงแค่ 85 คะแนน ซึ่งน้อยกว่าเชลซีที่ชนะวีแกนได้ไปถล่มทลาย 8-0 อยู่ 1 แต้ม

ส่ง ผลให้เชลซีเถลิงแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้อย่างสวยสดงดงาม หลังจาก 3 ปีที่ต้องทนดูแมนฯยูชูถ้วยฉลองชัยมาตลอด มาปีนี้พวกเขาก็ทำได้สำเร็จแล้ว

รายชื่อ ผู้ เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์,เนมันย่า วิดิช ,ริโอ เฟอร์ดินานด์,ปาทริช เอฟร่า,แกรี่ เนวิลล์,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,พอล สโคลส์ (กิ๊บสัน น.62),ไรอัน กิ๊กส์,นานี่,เวย์น รูนี่ย์(ปาร์ค น.77),ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ(มาเคด้า น.62)

สโต๊ค ซิตี้ : แอสเมียร์ เบโกวิช,โรเบิร์ต ฮูธ,ไรอัน ชอว์ครอสส์,แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทอม(คอลลินส์ น.67),แอนดี้ วิลกินสัน,เกล็นน์ วีแกน,ดีน ไวท์เฮด(ดิเยา น.67),แมทธิว เอ็ตเธอริงตัน,รอรี่ ดีแลป,มามาดี้ ซิดิบี้(พิวจ์ น.67),ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์